“ความสุขความเจริญที่แท้จริงอันควรหวังนั้น

เกิดขึ้นได้จากการกระทำและความประพฤติที่เป็นธรรม

มีลักษณะสร้างสรรค์ คืออำนวยผลที่เป็นประโยชน์ ทั้งแก่ตัว แก่ผู้อื่น

ตลอดถึงประเทศชาติโดยส่วนรวมด้วย”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2518

 

เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ทางปรัชญา พบว่า เศรษฐกิจพอเพียงในฐานะปรัชญา หรือที่เรียกว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีลักษณะเป็นปรัชญาแห่งความสุข ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

เมื่อพิจารณาจากพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน 2 เงื่อนไขหลัก พบว่า ฐานความรู้และคุณธรรมนั้น เป็นพื้นฐานของ “ปรัชญาจริยะ” เพราะเน้นในเรื่องของฐานความรู้ควบคู่คุณธรรม เพื่อตอบโจทย์คำถามสำคัญในด้านจริยธรรมที่ว่า How to live well? (เราจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร)

ฐานความรู้ ได้แก่ ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (รู้รอบ) เป็นหลักในการดำรงตนด้วยความไม่ประมาท ส่วนฐานคุณธรรม ได้แก่ ความประพฤติที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นประการหนึ่ง ส่วนอีกประการหนึ่ง เน้นในเรื่องความประพฤติที่ส่งเสริมให้เกิดความเกื้อกูล ช่วยเหลือ แบ่งปัน ด้วยน้ำใสใจจริง มีทัศนะในการมองโลกตามความเป็นจริง มีความเพียร และอดทนในการฝึกฝนอบรมตนอยู่เสมอ

ความสุขที่เกิดขึ้นจากการครองตน ครองคน ครองงาน ด้วยธรรม บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงนี้เป็นความสุขที่ประณีต สัมผัสได้ด้วยใจ ช่วยให้เกิดการคุณภาพพัฒนาคุณภาพชีวิตในทางที่สร้างสรรค์ และพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มั่นคง เกิดดุลยภาพในการดำรงชีวิต

ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานไว้ ณ สถานที่ต่างๆ อาทิเช่น

“การฝึกหัดทางใจนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด

จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังฝึกฝนอยู่เสมอตลอดชีวิต

จึงจะคงความสุจริต เข้มแข็ง และเป็นระเบียบไว้ได้ ไม่พ่ายแพ้แก่ความลุ่มหลงลืมตัว”

 

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร

แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประจำปีการศึกษา 2515

ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2516

 

“ถ้าบุคคลมีใจดีแล้ว

ความสุขความเจริญย่อมเป็นอันหวังได้”

 

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2541

 

“จิตใจที่ต่ำทรามนั้นเป็นจิตใจที่อ่อนแอ

ไม่กล้าและไม่อดทนที่จะเพียรพยามยามสร้างสมความดีงาม

ความเจริญ ความสำเร็จ ในทางที่ถูกต้อง เป็นธรรม

มีแต่จะคิดให้ได้มาโดยสะดวกง่ายดาย โดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี

จิตใจดังนี้ ถ้าปล่อยให้เกิดมีขึ้นจนเคยชิน อย่างน้อยที่สุด ทำให้คนเป็นคนมักง่าย

ทำงานบกพร่องเสียหายอย่างมาก ก็ทำให้คนเป็นคนด้านหนาไร้ความอาย

“ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ

เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจ และเอารัดเอาเปรียบกัน

นอกจากนั้นยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคน ทุกฝ่าย

ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใด ก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น”

 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2535

 

“ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง

ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้

ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น”

 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน

ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2518

 

แม้ว่าปรัชญาประโยชน์นิยมของทางตะวันตกจะมุ่งเน้นประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่นคล้ายกับตอนท้ายของพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ที่กล่าวว่า “…เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ประโยชน์สุขที่พระองค์กล่าวถึงนั้นเป็นประโยชน์สุขอันเกิดจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจทั้งในมิติของการพัฒนากาย อารมณ์ สติปัญญา และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจ จึงแตกต่างจากประโยชน์สุขในทัศนะของปรัชญาประโยชน์นิยมตะวันตก ที่เน้นเพียงเรื่องของความพอใจต่อคุณภาพและปริมาณอันเกิดขึ้นกับวัตถุภายนอกเพียงเท่านั้น

นอกจากนี้ หากเราแบ่งลักษณะของความสุขออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่

แบบที่ 1 มีความสุข บนความทุกข์ของคนอื่น

แบบที่ 2 มีความทุกข์ บนความสุขของผู้อื่น

แบบที่ 3 มีความทุกข์ บนความทุกข์ของตนเองและผู้อื่น

แบบที่ 4 มีความสุขบนความสุขของตนเองและผู้อื่น

จะเห็นได้ว่า ความสุขในรูปแบบที่ 4 นั้นมีความสอดคล้องกับลักษณะความสุขบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากที่สุด เพราะเว้นจากการเบียดเบียน ส่งเสริมการสงเคราะห์เกื้อกูลแบ่งปันกันด้วยความจริงใจ เป็นความสุขที่สร้างความพอเพียงและสมดุลให้กับชีวิตทั้งในระดับปัจเจก (พึ่งพาตนเองได้) และระดับส่วนรวม (แบ่งปัน)